คาฮู และ คาฮี 2 ปีศาจพี่น้องฝาแฝดที่คอยดักจับหญิงพรหมจรรย์ในป่าลึก

     เล่าเรื่องปีศาจ คาฮู และ คาฮี  2 ปีศาจที่คอยจับกินหญิงพรหมจรรย์ในป่าลึกแห่งทวีปแอฟริกา เรื่องเล่าที่ไม่มีใครสืบทอดต่อกัน เพราะเหตุผลที่น่าหวาดกลัวกลายเปลี่ยนเป็นสิ่งใครหลายคนก็อาจคิดไม่ถึง

ภาพสร้างจาก AI 

    หากย้อนไปในอดีตเมื่อ ประมาณ 200 ปี ก่อนคริสตกาล ในตอนใต้ของทวีปแอฟริกาที่เต็มไปด้วยป่าดึกดำบรรพ์ มีสัตว์กินเนื้อที่คอยซุ่มโจมตีสัตว์อื่นและมนุษย์เป็นอาหารเป็นปกติ และก็ยังมีพืชจำพวกกินเนื้อเป็นอาหารอีกด้วย

    ส่วนหนึ่งของป่าทึบที่ถุกเรียกว่า ป่าไร้พรหมจรรย์ ใกล้ๆ บริเวณนั้นมีชนเผ่าหนึ่งมีชื่อว่า เผ่าคารูฮารี มีจำนวนผู้คนอยู่ประมาณเกือบ 100 คน อาศัยอยู่กันอย่างสงบสุขเพราะด้านข้างของหมู่บ้านเป็นลำธารที่ไม่มีวันเหือดแห้ง แม้จะเป็นเพียงลำธารเล็กๆ แต่ก็ใสสะอาดที่สุด ทุกคนสามารถใช้ดื่มกินได้ทันที ทั้งยังเหลือมากมายเพียงพอที่จะทำการเกษตรและเลี้ยงวัวจำนวนมากในบริเวณหมู่บ้านได้อีกด้วย ด้วยความที่น้ำดี อาหารก็ดี ทำให้วัวของเผ่านี้ตัวใหญ่ แข็งแรง มีเนื้อเยอะ และยังให้นำนมมากที่สุดอีกด้วย

ภาพสร้างจาก AI

    ทุกกลุ่มทุกชุมชนย่อมมีกฎของชุมชน ที่หมู่บ้านนี้ก็เช่นกัน มีกฎเหล็กที่ห้ามมิให้ผู้เป็นพรหมจรรย์ผู้ใดเข้าไปในป่าเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย และไม่ว่าจะเพื่อหาอาหาร หายา หรือทำกิจกรรมอื่นใด เพราะในป่าไร้พรหมจรรย์ แห่งนี้มีปีศาจอยู่ 2 ตัว ที่มีชื่อว่า คาฮู และ คาฮี ทั้งสองเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน และมีนิสัยเช่นเดียวกันคือ ชอบกินเนื้อสดๆของหญิงพรหมจรรย์เป็นอาหาร ส่วนผู้ชายจะโดนฆ่าและนำหนังมาเป็นเครื่องแต่งกาย ใครเผลอเข้าไปในป่าแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ล้วนไม่มีใครรอดออกมาได้แม้แต่คนเดียว

    แต่ป่าเองก็มีกฎของป่าเช่นกัน สำหรับป่าแห่งนี้มีกฎอยู่ว่า หากปีศาจคาฮู และคาฮี ไม่ได้กินเนื้อหญิงสาวพรหมจรรรย์อย่างน้อยปีละ 2 คน ก็จะทำให้น้ำในลำธารหยุดไหลและแห้งเหือดลงไปในทันที ทุกคนในหมู่บ้านนี้รู้ดีถึงกฎนี้ จึงต้องจัดหาเครื่องสังเวยให้กับปีศาจทั้ง 2 เป็นประจำทุกปี

    เดิมทีนั้น ผู้นำเผ่าจำทำการคัดเลือกหญิงสาวในหมู่บ้านของตนเองเพื่อนำไปเป็นเครื่องสังเวยให้กับปีศาจ แต่พอหลายปีผ่านไป หญิงสาวในหมู่บ้านเริ่มลดลงจนไม่เพียงต่อการรักษาเผ่าของตัวเอง  รวมทั้งเสียงสะท้อนจากชายหนุ่มในเผ่าที่เริ่มเติบโตและมีปัญหากับการหาคู่อย่างมาก และหลายคนยังไม่เคยได้เข้าป่าเลยสักครั้ง เพราะตนเองยังซิง

ภาพสร้างจาก AI
    หัวหน้าเผ่าจึงได้ออกความคิดว่า เราจงไปหลอกเอาหญิงต่างเผ่าเพื่อเป็นเครื่องสังเวยแทนผู้หญิงของเราดีกว่า และนั่นก็ได้เสียงปรบมือและสนับสนุนจากคนในเผ่าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กหนุ่มที่กำลังต้องการหาคู่ และเหล่าพ่อแม่ก็จะไม่ต้องเสียลูกสาวของตัวเองอีกต่อไป

    ต่อมาหัวหน้าเผ่าจึงได้ให้ชายหนุ่ม 2 คนในหมู่บ้านที่ฮอตที่สุด รูปหล่อ กล้ามใหญ่ที่สุด และยังเป็นเพื่อนสนิทกันอีกด้วย ให้ออกเดินทางไปยังเผ่าต่างๆ เพื่อค้นหาหญิงสาวพรหมจรรย์ พร้อมกับวัวที่ดีที่สุดคนละ 2 ตัว และ ออกอุบายว่าจะขอแต่งงานกับหญิงต่างเผ่าเพื่อนำกลับมาเป็นภรรยาที่เผ่าของตน และหญิงที่ตนจะแต่งงานด้วยต้องเป็นหญิงพรหมจรรย์เท่านั้น ชายหนุ่มจะให้ทรัพย์สิน เป็นของตอบแทนให้กับพ่อแม่ของหญิงสาว เป็นวัวจำนวน 2 ตัว โดยมีข้อแม้ว่าตามกฎของเผ่าคารูฮารีแล้ว หญิงใดที่แต่งงานเข้าไปอยู่กับตนจะไม่สามารถกลับออกมาหาพ่อแม่ หรือครอบครัวได้อีก เว้นแต่สามีจะผู้อนุญาต รวมทั้งห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปหาอย่างเด็ดขาด

ภาพสร้างจาก AI

    ด้วยความที่เผ่าอื่นๆนั้นไม่ได้มีแหล่งน้ำที่ดี และยังเจอกับความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความอดอยาก ขาดแคลนอาหาร สร้างความทุกข์ให้กับทุกคน การที่จะได้วัวอย่างดีถึง 2 ตัวมาใช้ประโยชน์ จึงทำให้ปฏิเสธได้ยาก แม้จะต้องแลกกับลูกสาวของตนเองก็ตาม

    และแม้ว่าจะใช้ระยะเวลาเดินทางไปและกลับถึงกว่า 1 เดือน ชายหนุ่มจากเผ่าคารูฮารีก็สามารถพาหญิงสาว 2 คนกลับมาที่เผ่าตามแผนได้สำเร็จตามแผนที่วางไว้ หัวหน้าเผ่าจึงจัดการให้หญิงสาวทั้ง 2 แปรสภาพเป็นเครื่องสังเวยให้แก่ปีศาจ คาฮู และ คาฮี ในทันที สร้างความพอใจให้แก่ปีศาจทั้งสอง และสร้างความยินดีให้แก่ทุกคนในชุมชนเป็นอย่างยิ่ง 

    แต่มีบางคนสงสัยว่าทำไมหัวหน้าเผ่าจึงมั่นใจนักว่าเจ้าหนุ่มสองคนที่ตัวเองส่งไปนั้นจะทนความหื่นไว้ได้ ไม่จัดการพรากพรหมจรรย์หญิงทั้ง 2 เสียก่อนที่จะกลับมาถึงหมู่บ้าน เพราะทั้ง 2 เองก็รูปหล่อไม่เบา แถมอยู่ในวัยหนุ่มที่พร้อมจะลุยได้ทุกสถาณการณ์ หัวหน้าเผ่ามองมาที่คนถาม แล้วก็ยิ้มอ่อนๆก่อนจะเผยความลับที่มีมานานให้รู้กันว่า พวกเจ้าไม่สังเกตุกันหรือว่า ไอ้ 2 คนนั่นมันไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทกัน และข้าแอบเห็นทั้ง 2 คนแอบเข้าไปในป่าไร้พรหมจรรย์บ่อยๆ ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน ข้าพูดเพียงเท่านี้พวกเจ้าก็คงจะเข้าใจแล้วสินะ พูดเสร็จหัวหน้าเผ่าก็หัวเราะออกมาเบาๆ และแน่นอนว่าทุกคนเข้าใจเหตุผลนี้ดี ด้วยเหตุผลว่าหญิงสาวในหมู่บ้านนี้ที่ยังโสด กลายเป็นแรร์ไอเท็มหรือของหายากมาสักพักหนึ่งแล้ว

    นั่นจึงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า แม้ภารกิจจะอันตรายแค่ไหน ยากลำบากแค่ไหน หากวางคนให้ถูกกับงานที่เหมาะสมแล้ว ความสำเร็จยังเกิดขึ้นไม่ยาก และผู้นำที่ดีควรเลือกใช้คนให้เป็นจึงจะเป็นผู้นำได้

    อนึ่ง เรื่องทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องจริง ทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการและความคิดของผู้เขียนเท่านั้น หากใครอยากจะเชื่อก็ไม่เกี่ยวกับข้าพเจ้า พบกันใหม่เรื่องหน้า ลาก่อย


แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า

โฆษณา