โลกทุกวันนี้มีแต่ความวุ่นวายมากมายมายเหลือคณานับ เหตุที่โลกนี้วุ่นวายหาใช่ว่าตัวของโลกวุ่นวาย แต่เป็นมนุษย์นี่เองที่ทำให้มันวุ่นวาย วุ่นวายกับตัวเองไม่พอ ไปวุ่นวายกับคนอื่นและสิงสาราสัตว์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
และยามใดที่มีปัญหาในชีวิตขึ้นมาทั้งจากความวุ่นวายของตัวเองที่ก่อขึ้น หรือคนอื่นก่อให้ ทำให้เกิดความขัดแย้งกันจนทำท่าจะลุกลามบานปลายกลายเป็นโศกนาฎกรรม แสงแรกที่สว่างวาบขึ้นมาในความคิดคือ "ตำรวจ" จริงไหม? หรือบางคนคิดว่าเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นมาช่วยแก้ปัญหาให้จะดีกว่า เอางั้นก็ได้นะ
หลายๆคนคิดว่าตำรวจจะมาปรากฎกายให้เห็นแทบจะทันทีทันใดหลังจากวางสายจาก 191 แล้ว เพื่อจะมาบำบัดความทุกข์ของตนเองหมดสิ้นไปได้ ซึ่งในความเป็นจริงอาจรอนานมากกว่านั้นมากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นตำรวจเหล่านั้นเขาอยู่ที่ไหน เขาทำอะไรอยู่ แต่ไม่ว่าเรื่องที่เขาทำอยู่นั้นจะสำคัญมากมายเพียงใด นั่นไม่ใช่เหตุผลที่คุณซึ่งกำลังเดือดร้อนอยู่จะยอมรับได้ใช่ไหม เพราะ 1 นาทีที่เสียไปของคุณมันร้ายแรงและยาวนานมากในยามที่คุณเดือดร้อน
และเมื่อตำรวจมาถึง คุณก็พยายามให้เขาแก้ปัญหาให้ได้แบบทันทีทันใด ด้วยอารมณ์ที่เดือดพล่าน ทั้งๆที่เขาเหล่านั้นเพิ่งมาถึงและได้ข้อมูลที่แท้จริงน้อยมากจากการแจ้งเหตุด่วนทางโทรศัพท์ "จับมันสิ" , "ทำไมไม่จับ", "เส้นมันใหญ่เหรอเลยไม่กล้าจับ" และอื่นๆอีกมากมายที่ถาโถมเข้าใส่เขาเหล่านั้น ราวกับคนเสียสติก็ไม่ปาน
พายุอารมณ์และความหวาดกลัว โกรธแค้นกระหน่ำใส่คู่กรณีอย่างเดือดพล่านมากขึ้น โดยเฉพาะในยามที่มีกรรมการเช่นตำรวจอยู่ใกล้ๆ เผลอๆก็มีส่งอารมณ์ทั้งหมดมาถึงตำรวจเหล่านั้นที่พยายามจะบรรเทาเหตุการณ์ให้เบาลงด้วยเช่นกัน
นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆน้อยๆที่ตำรวจได้เผชิญในแต่ละวัน ในความเป็นจริงมีเรื่องราวอีกหลายหมื่นหลายแสนอย่างเกิดขึ้นในทุกๆวันจนนับกันไม่หวาดไม่ไหวทั้งที่มันไม่ใช่ปัญหาของเขาเลย คำถามคือ มีใครสงสัยบ้างไหมว่าตำรวจที่ทำหน้าที่อยู่นั้นเขารับมือกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นทั้งหมดนี้ได้อย่างไร เขาเอาความอดทนอดกลั้นมาจากไหน ผมว่าไม่มีใครคิดนะ
วันนี้ตำรวจเป็นอาชีพสัมผัสกับประชาชนมากที่สุด เป็นอาชีพที่ถูกคาดหวังมากที่สุด เป็นอาชีพที่มีรายได้น้อยที่สุดในบรรดาข้าราชการทั้งหลาย มีโอกาสผิดพลาดในการทำงานมากที่สุด ถูกร้องเรียนมากที่สุด เผชิญหน้ากับอันตรายมากที่สุด และที่สำคัญ ถูกเกลียดชังมากที่สุดอีกด้วย
ทำไมใครๆถึงได้พากันเกลียดชังตำรวจ ถ้าจะท้าวความไปถึงการเลี้ยงดูในอดีตที่พ่อแม่ชอบบอกว่าอย่าร้องไห้นะเดี๋ยวตำรวจจับ ก็เหมือนปลูกฝังความเกลียดชังและหวาดกลัวเข้าไปในหัวเด็กทุกๆวัน มาจนถึงสื่อสังคมกระแสโซเชี่ยลที่นิยมการด่าก่อนถามทีหลัง หรือการได้สัมผัสกับเรื่องราวที่ไม่ถูกใจเวลาได้เจอกับตำรวจแม้ว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายผิดแบบเต็มๆก็ตาม
ไม่เคยเห็นตำรวจคนไหนออกมาปฏิเสธหรือตอบโต้อย่างรุนแรงกับคนที่บอกว่าเกลียดชังตำรวจ ส่วนใหญ่แล้วก็ได้แต่บ่นในใจหรือตอบโต้ด้วยคำพูดเบาๆกันในกลุ่มเพื่อนฝูงเท่านั้น
ถ้าจะนับเรื่องความไม่น่ารักหรืออะไรที่เกี่ยวกับเงินหรือผลประโยชน์ใดๆที่เกิดขึ้นในวงราชการแล้ว ไม่มีหน่วยงานใดที่ปราศจากคนชั่วและผลประโยชน์ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะซึ่งๆหน้าหรือใต้โต๊ะ ผมเองก็เคยโดนปล้นกลางที่ว่าการอำเภอมาแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่อยากมีปัญหามากนักและไม่อยากให้กระทบกับผู้ใหญ่จากพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่บางคนเลยเลือกที่จะยอมๆให้มันผ่านไป ผมเชื่อว่าหลายๆคนก็คงเคยโดนมาเหมือนกัน จริงไหมครับ
น้อยคนมากที่จะสนใจเรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่ หรือสวัสดิการให้กับตำรวจ ทุกคนล้วนคาดหวังจากตำรวจในเชิงคุณภาพที่สูงมากในระดับ First Class แต่กลับจ่ายค่าตอบแทนให้เขาในราคา Super Economic และแม้กระแสปฏิรูปตำรวจจะมาแรงเหลือเกิน แต่สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมจริงๆตลอดเวลาที่ผ่านมาคือการเปลี่ยนสีเครื่องแบบ และ ทรงผมหัวเกรียน ที่ในแง่ปฏิบัติไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลยนอกจากการเพิ่มภาระและค่าใช้จ่ายให้กับตำรวจ แต่กลับสร้างความร่ำรวยอย่างมหาศาลให้กับพ่อค้าที่ผูกขาดผ้าชนิดนี้เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นี่หรือคือการปฏิรูปตำรวจ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาสังคมและผู้มีอำนาจใช้การกดดันและรุนแรงกับตำรวจ เหมือนกับว่าเป็นเด็กดื้อที่ต้องใช้วิธีเฆี่ยนตีให้หลาบจำเท่านั้น เป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงแบบอดๆอยากๆ ถูกกระทำให้อ่อนแอและหวาดกลัว ใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยคำสั่งและกฎเกณฑ์มากมายทั้งในตำราและนอกตำรา เมื่อใดก็ตามที่เด็กคนนี้ถูกเฆี่ยนตีลงโทษฟาดฟันแบบไม่ยั้ง ไม่เคยมีผู้ใดแสดงความเมตตาอารีย์เข้ามาปกป้อง ไร้ซึ่งสรรพเสียงแห่งความเห็นใจ มีเพียงการกระหน่ำซ้ำเติมและกรีดร้องใส่ด้วยความสะใจ แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นของตัวเอง กลับคาดหวังให้เด็กคนนี้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องชีวิตและความปลอดภัยให้กับตัวเองในยามเดือดร้อน เหมือนทำบุญ 20 แต่ขอถูกหวยรางวัลที่ 1 ยังไงยังงั้น
นี่คือความจริงเพียงเศษเสี้ยวเดียวของตำรวจที่ถูกนำออกมาตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้ถึงเรื่องราวของพวกเขา ยังมีอีกมากมายหลากหลายเหตุการณ์และเรื่องราวเหลือเกินในยุทธจักรสีกากีนี้ที่หลายคนไม่เคยรับรู้ ไม่ว่าคุณจะรังเกียจตำรวจขนาดไหน กระหน่ำซ้ำเติมเหยียบย่ำตำรวจขนาดไหน ผมก็ยังเชื่อเหลือเกินว่า เขาเหล่านั้นก็จะยังคงอยู่กับคุณไปตลอดกาล และเขาเหล่านั้นยังคงทำหน้าที่ของเขาต่อไปโดยไม่เคยร้องขอความเมตาจากใครเลย พูดถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังรังเกียจพวกเขาอยู่ไหม
บทความทั้งหมดมาจากความคิดและความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียน อาจมีถูกบ้าง ผิดบ้างในความคิดของท่านอื่นๆก็ต้องขออภัย ก็ตามประสาของคนธรรมดาที่เขียนเรื่องราวในใจของตัวเองออกมาเท่านั้น และบทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของ Zad Channel แต่เพียงผู้เดียว ไม่อนุญาตให้นำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของบทความไปทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยมีผลประโยชน์ตอบแทน เว้นแต่ได้รับอนุญาตหรือเพื่อการศึกษาโดยไม่หวังผลประโยชน์
และยามใดที่มีปัญหาในชีวิตขึ้นมาทั้งจากความวุ่นวายของตัวเองที่ก่อขึ้น หรือคนอื่นก่อให้ ทำให้เกิดความขัดแย้งกันจนทำท่าจะลุกลามบานปลายกลายเป็นโศกนาฎกรรม แสงแรกที่สว่างวาบขึ้นมาในความคิดคือ "ตำรวจ" จริงไหม? หรือบางคนคิดว่าเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นมาช่วยแก้ปัญหาให้จะดีกว่า เอางั้นก็ได้นะ
หลายๆคนคิดว่าตำรวจจะมาปรากฎกายให้เห็นแทบจะทันทีทันใดหลังจากวางสายจาก 191 แล้ว เพื่อจะมาบำบัดความทุกข์ของตนเองหมดสิ้นไปได้ ซึ่งในความเป็นจริงอาจรอนานมากกว่านั้นมากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นตำรวจเหล่านั้นเขาอยู่ที่ไหน เขาทำอะไรอยู่ แต่ไม่ว่าเรื่องที่เขาทำอยู่นั้นจะสำคัญมากมายเพียงใด นั่นไม่ใช่เหตุผลที่คุณซึ่งกำลังเดือดร้อนอยู่จะยอมรับได้ใช่ไหม เพราะ 1 นาทีที่เสียไปของคุณมันร้ายแรงและยาวนานมากในยามที่คุณเดือดร้อน
และเมื่อตำรวจมาถึง คุณก็พยายามให้เขาแก้ปัญหาให้ได้แบบทันทีทันใด ด้วยอารมณ์ที่เดือดพล่าน ทั้งๆที่เขาเหล่านั้นเพิ่งมาถึงและได้ข้อมูลที่แท้จริงน้อยมากจากการแจ้งเหตุด่วนทางโทรศัพท์ "จับมันสิ" , "ทำไมไม่จับ", "เส้นมันใหญ่เหรอเลยไม่กล้าจับ" และอื่นๆอีกมากมายที่ถาโถมเข้าใส่เขาเหล่านั้น ราวกับคนเสียสติก็ไม่ปาน
พายุอารมณ์และความหวาดกลัว โกรธแค้นกระหน่ำใส่คู่กรณีอย่างเดือดพล่านมากขึ้น โดยเฉพาะในยามที่มีกรรมการเช่นตำรวจอยู่ใกล้ๆ เผลอๆก็มีส่งอารมณ์ทั้งหมดมาถึงตำรวจเหล่านั้นที่พยายามจะบรรเทาเหตุการณ์ให้เบาลงด้วยเช่นกัน
นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆน้อยๆที่ตำรวจได้เผชิญในแต่ละวัน ในความเป็นจริงมีเรื่องราวอีกหลายหมื่นหลายแสนอย่างเกิดขึ้นในทุกๆวันจนนับกันไม่หวาดไม่ไหวทั้งที่มันไม่ใช่ปัญหาของเขาเลย คำถามคือ มีใครสงสัยบ้างไหมว่าตำรวจที่ทำหน้าที่อยู่นั้นเขารับมือกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นทั้งหมดนี้ได้อย่างไร เขาเอาความอดทนอดกลั้นมาจากไหน ผมว่าไม่มีใครคิดนะ
วันนี้ตำรวจเป็นอาชีพสัมผัสกับประชาชนมากที่สุด เป็นอาชีพที่ถูกคาดหวังมากที่สุด เป็นอาชีพที่มีรายได้น้อยที่สุดในบรรดาข้าราชการทั้งหลาย มีโอกาสผิดพลาดในการทำงานมากที่สุด ถูกร้องเรียนมากที่สุด เผชิญหน้ากับอันตรายมากที่สุด และที่สำคัญ ถูกเกลียดชังมากที่สุดอีกด้วย
ทำไมใครๆถึงได้พากันเกลียดชังตำรวจ ถ้าจะท้าวความไปถึงการเลี้ยงดูในอดีตที่พ่อแม่ชอบบอกว่าอย่าร้องไห้นะเดี๋ยวตำรวจจับ ก็เหมือนปลูกฝังความเกลียดชังและหวาดกลัวเข้าไปในหัวเด็กทุกๆวัน มาจนถึงสื่อสังคมกระแสโซเชี่ยลที่นิยมการด่าก่อนถามทีหลัง หรือการได้สัมผัสกับเรื่องราวที่ไม่ถูกใจเวลาได้เจอกับตำรวจแม้ว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายผิดแบบเต็มๆก็ตาม
ไม่เคยเห็นตำรวจคนไหนออกมาปฏิเสธหรือตอบโต้อย่างรุนแรงกับคนที่บอกว่าเกลียดชังตำรวจ ส่วนใหญ่แล้วก็ได้แต่บ่นในใจหรือตอบโต้ด้วยคำพูดเบาๆกันในกลุ่มเพื่อนฝูงเท่านั้น
ถ้าจะนับเรื่องความไม่น่ารักหรืออะไรที่เกี่ยวกับเงินหรือผลประโยชน์ใดๆที่เกิดขึ้นในวงราชการแล้ว ไม่มีหน่วยงานใดที่ปราศจากคนชั่วและผลประโยชน์ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะซึ่งๆหน้าหรือใต้โต๊ะ ผมเองก็เคยโดนปล้นกลางที่ว่าการอำเภอมาแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่อยากมีปัญหามากนักและไม่อยากให้กระทบกับผู้ใหญ่จากพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่บางคนเลยเลือกที่จะยอมๆให้มันผ่านไป ผมเชื่อว่าหลายๆคนก็คงเคยโดนมาเหมือนกัน จริงไหมครับ
น้อยคนมากที่จะสนใจเรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่ หรือสวัสดิการให้กับตำรวจ ทุกคนล้วนคาดหวังจากตำรวจในเชิงคุณภาพที่สูงมากในระดับ First Class แต่กลับจ่ายค่าตอบแทนให้เขาในราคา Super Economic และแม้กระแสปฏิรูปตำรวจจะมาแรงเหลือเกิน แต่สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมจริงๆตลอดเวลาที่ผ่านมาคือการเปลี่ยนสีเครื่องแบบ และ ทรงผมหัวเกรียน ที่ในแง่ปฏิบัติไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลยนอกจากการเพิ่มภาระและค่าใช้จ่ายให้กับตำรวจ แต่กลับสร้างความร่ำรวยอย่างมหาศาลให้กับพ่อค้าที่ผูกขาดผ้าชนิดนี้เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นี่หรือคือการปฏิรูปตำรวจ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาสังคมและผู้มีอำนาจใช้การกดดันและรุนแรงกับตำรวจ เหมือนกับว่าเป็นเด็กดื้อที่ต้องใช้วิธีเฆี่ยนตีให้หลาบจำเท่านั้น เป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงแบบอดๆอยากๆ ถูกกระทำให้อ่อนแอและหวาดกลัว ใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยคำสั่งและกฎเกณฑ์มากมายทั้งในตำราและนอกตำรา เมื่อใดก็ตามที่เด็กคนนี้ถูกเฆี่ยนตีลงโทษฟาดฟันแบบไม่ยั้ง ไม่เคยมีผู้ใดแสดงความเมตตาอารีย์เข้ามาปกป้อง ไร้ซึ่งสรรพเสียงแห่งความเห็นใจ มีเพียงการกระหน่ำซ้ำเติมและกรีดร้องใส่ด้วยความสะใจ แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นของตัวเอง กลับคาดหวังให้เด็กคนนี้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องชีวิตและความปลอดภัยให้กับตัวเองในยามเดือดร้อน เหมือนทำบุญ 20 แต่ขอถูกหวยรางวัลที่ 1 ยังไงยังงั้น
นี่คือความจริงเพียงเศษเสี้ยวเดียวของตำรวจที่ถูกนำออกมาตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้ถึงเรื่องราวของพวกเขา ยังมีอีกมากมายหลากหลายเหตุการณ์และเรื่องราวเหลือเกินในยุทธจักรสีกากีนี้ที่หลายคนไม่เคยรับรู้ ไม่ว่าคุณจะรังเกียจตำรวจขนาดไหน กระหน่ำซ้ำเติมเหยียบย่ำตำรวจขนาดไหน ผมก็ยังเชื่อเหลือเกินว่า เขาเหล่านั้นก็จะยังคงอยู่กับคุณไปตลอดกาล และเขาเหล่านั้นยังคงทำหน้าที่ของเขาต่อไปโดยไม่เคยร้องขอความเมตาจากใครเลย พูดถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังรังเกียจพวกเขาอยู่ไหม
บทความทั้งหมดมาจากความคิดและความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียน อาจมีถูกบ้าง ผิดบ้างในความคิดของท่านอื่นๆก็ต้องขออภัย ก็ตามประสาของคนธรรมดาที่เขียนเรื่องราวในใจของตัวเองออกมาเท่านั้น และบทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของ Zad Channel แต่เพียงผู้เดียว ไม่อนุญาตให้นำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของบทความไปทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยมีผลประโยชน์ตอบแทน เว้นแต่ได้รับอนุญาตหรือเพื่อการศึกษาโดยไม่หวังผลประโยชน์




